ประวัติของบัวลอยสามสี
ขนมบัวลอย
เป็นขนมไทยชนิดหนึ่งที่อยู่คู่กับคนไทยมานานตั้งแต่โบราณกาล ทำจากส่วนประกอบหลัก 3 ส่วน คือ แป้ง กะทิ และน้ำตาล โดยคำว่า บัวลอย
นั้นอาจจะมาจากแป้งที่นวดแล้วปั้นเป็นเม็ดกลมๆเล็กๆ นำไปใส่ในน้ำเดือด จนแป้งสุกลอยขึ้นมา
นั่นเอง ปัจจุบันมีการประยุกต์และดัดแปลงโดยใส่อาหารอื่นลงไปในแป้ง เพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหาร
และความอร่อย เช่น ใส่ไข่ก็เรียกว่า บัวลอยไข่หวาน ใส่เผือกก็เรียกว่าบัวลอยเผือก บางครั้งอาจจะใช้สีของธรรมชาติใส่ลงไปด้วยเพื่อเพิ่มสีสัน
เช่น สีเขียวจากใบเตย สีดำจากกาบมะพร้าวเผา สีน้ำเงินจากดอกอัญชัน
ความเป็นมา/ความเชื่อ
ขนมบัวลอยเป็นขนมไทยพื้นบ้านของชาวไทย
ที่รู้จักกันทั่วทุกภูมิภาค แต่ละพื้นที่จะมีสูตรและเคล็ดลับที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะขนมบัวลอย
สูตรของนางกวยอัตจักร์ซึ่งเป็นชาวอีสานและมีภูมิลำเนาเป็นคนบ้านโนนศิลา อำเภอโนนศิลาโดยกำเนิด
ได้รู้จักวิธีการทำขนมบัวลอยมาเมื่อครั้งยังเป็นสาว โดยได้เรียนรู้จากแม่
และเริ่มปรับปรุงพัฒนารูปแบบ ส่วนผสม ตลอดจนการรู้จักดัดแปลงหรือนำเอาวัสดุธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาเป็น
ส่วนผสม เช่น ใบเตย ดอกกุหลาบ หรือดอกอัญชัน มาคั้นเอาน้ำไปผสมกับแป้งเพื่อให้ได้สีสันที่สวยงาม
น่ารับประทาน จากที่เคยทำขนมบัวลอยเพื่อไว้รับประทานกันเองภายในครอบครัว หรือแบ่งไปทำบุญที่วัดในอดีต
ก็ได้พัฒนาฝีมือขึ้นมาเพื่อขายให้ผู้คนในหมู่บ้านหรือหมู่บ้านใกล้เคียง และนำไปขายควบคู่กับอาหารพื้นบ้านที่ตัวเองทำขายอยู่เป็นประจำ
ทำให้มีรายได้จากการค้าขายเพิ่มขึ้นซึ่งนางกวย ได้มองเห็นโอกาสที่ว่าในปัจจุบันไม่ค่อยมีคนทำขนมบัวลอยรับประทานกันเนื่อง
จากเห็นว่ามีขั้นตอนที่ยุ่งยาก เสียเวลา และสามารถหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด จึงทำขนมบัวลอยไว้จำหน่ายให้บุคคลภายในหมู่บ้านตลอดจนผู้คนที่มาติดต่อ
ราชการ ณ ที่ว่าการอำเภอโนนศิลา ซึ่งนางกวยตั้งใจที่จะทำขนมบัวลอยขายคู่กับอาหารพื้นบ้านให้คนพื้นบ้านอีสาน
และโดยเฉพาะชาวอำเภอโนนศิลาได้รับประทานตลอดไป เพื่อเป็นการรักษาสืบทอดการทำขนมบัวลอยคงไว้ให้ลูกหลานได้เรียนรู้
อนุรักษ์สืบสานต่อไป ทั้งนี้นางกวย กล่าวว่ายินดีที่จะให้คำแนะนำ วิธีการทำในทุกขั้นตอนแก่ผู้สนใจโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด
ๆ ทั้งสิ้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น